JUNEBUG* View my profile

 

ช่วงนี้พอดีค่อนข้างยุ่ง เป็นช่วงที่จขบ.กำลังรอสอบเข้ามหาวิทยาลัยเลยไม่ค่อยได้เข้ามาเขียนบล๊อก วันนี้นั่งอยู่บ้าน ใกล้สอบไฟนอล กลัวว่าช่วงนั้นจะยิ่งยุ่ง ก็เลยรีบมาอัพวันนี้ อิอิ พอดีมีกำลังใจและไอเดียเกี่ยวกับหนังอาร์ต ๆ ที่ตั้งใจจะเล่าให้ชาวบล๊อกอ่านมานานแล้ว

Photobucket

"The Fall"

A film by Tarsem Singh


เรื่องนี้ได้ดูตั้งแต่หนังเข้าโรง เป็นประสบการณ์แรกจริง ๆ ที่ได้ไปดูหนังที่ลิโด้ ตั้งสองปีมาแล้วมั้ง อยากบอกจากใจจริงว่าอินมาก พอออกแผ่นก็ไม่รอช้ารีบไปสอยมาทันที แต่แน่นอนว่าเรื่องนี้ดูในโรงได้ใจกว่าเป็นไหน ๆ จอใหญ่ ภาพงาม ตระการตาอย่างหาสิ่งใดเปรียบมิได้ ฮ่า ๆ ขอโทษจริง ๆ ที่ไม่ได้เขียนถึงเรื่องนี้ตั้งแต่ครั้งนั้น พอหยิบดีวีดีขึ้นมาดูอีกรอบ จขบ.ก็เลยอยากมาเล่าให้อ่านกันค่ะ

ขอเตือนไว้ก่อนเลยว่า บางฉากของหนังเรื่องนี้มีภาพที่ค่อนข้างอาร์ตรุนแรง จึงได้เป็นเรท R ไป แต่ก็ไม่ได้โหดร้ายมากมายเลยเสียทีเดียว – Tarsem Singh เป็นผู้กำกับชาวอินเดียที่เคยมีผลงานสร้างชื่ออย่างภาพยนตร์เรื่อง The Cell ที่นำแสดงโดย Jennifer Lopez เรื่องนั้นจขบ.ไม่เคยดู แต่รู้มาว่าอารมณ์หนังมันก็อาร์ต ๆ ภาพงาม ๆ และเป็นแนวจิตวิทยาระทึกขวัญ (psychological thriller) พอมาเรื่อง The Fall เฮียทาร์เซมก็ยังคงคอนเซ็ปต์ภาพงามวิจิตรเหมือนเดิม (อันนี้ไม่ได้แค่ยอนะ แต่พูดเรื่องจริง อิอิ) สิ่งที่แตกต่างจากเรื่องก่อนหน้าก็คืออารมณ์ของหนัง ซึ่ง The Fall ทำออกมาเป็นแนวดราม่าจินตนาการบรรเจิด ดูเพลินตาและไม่หลอนอย่าง The Cell

 

Photobucket

 

เรื่องมันเริ่มต้นที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในลอส แองเจลิส ช่วงปีค.ศ. 1920 นาย Roy Walker (หรือ Lee Pace) นักแสดงสตั๊นท์ที่ร่างกายช่วงล่างต้องเป็นอัมพาตเนื่องจากอุบัติเหตุที่เขาตกจากหลังม้าในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง แน่นอนว่าเขาเจ็บปวดที่กลายเป็นคนพิการ แต่สิ่งที่ยิ่งตอกย้ำทำให้เขาเจ็บหนักเข้าไปอีกคือการที่นักแสดงสาวคนรักทิ้งเขาไปหานักแสดงนำหนุ่มของหนังเรื่องนั้น – คิดดูสิเธอ ขาเดินไม่ได้ แล้วยังถูกหญิงทิ้ง ชีวิตมันก็ยิ่งหดหู่

นายรอยได้พบกับเด็กหญิง Alexandria (รับบทโดย Catinca Untaru) สาวน้อยตัวอ้วนกลมแสนน่ารักที่แขนซ้ายถูกเข้าเฝือกไว้เพราะเธอตกลงมาตอนเก็บส้มในสวน ทั้งสองกลายเป็นเพื่อนกันเมื่อรอยสัญญาว่าจะเล่านิทานมหากาพย์อันยิ่งใหญ่ให้อเล็กซานเดรียฟัง แต่จุดมุ่งหมายของการเล่านิทานนั้นคือเพื่อให้เด็กหญิงช่วยเขาในการ...ฆ่าตัวตาย

.

.

.

.

Spoilers Alert!!! -- เปิดเผยเนื้อหาสำคัญต่อจากนี้...

 

Photobucket

 

เรื่องราวในนิทานที่เล่า มันมาจากประสบการณ์ของตัวรอยเอง อย่างที่เขาบอกว่ามันคือมหากาพย์เรื่องความรักและการแก้แค้น ส่วนตัวอเล็กซานเดรียก็เป็นผู้แต่งแต้มเรื่องราวให้เกิดภาพในจินตนาการของเธอ ซึ่งตัวละครแต่ละตัวก็มีรูปลักษณ์อย่างเดียวกับผู้คนรอบตัวของเธอเอง โดยมีตัวเอกคือจอมโจรผู้สวมหน้ากากหรือ Masked Bandit (ซึ่งในจินตนาการของเด็กหญิงก็คือตัวรอยนั่นเอง) พร้อมด้วยสมัครพรรคพวกคือ ทาส, ชายอินเดียน, ชาร์ลส ดาร์วิน, ลุยจิ, และผู้วิเศษ (ก็มาจากคนรอบตรัวอเล็กซานเดรียอีกนั่นแหละ) พวกเขาต่างก็มีความแค้นส่วนตัวกับข้าหลวงโอเดียส (ซึ่งก็คือนักแสดงหนุ่มคนรักใหม่ของนักแสดงสาวที่หักอกรอยนั่นเอง)

 

Photobucket

 

แต่ละครั้งที่เล่านิทาน รอยจะค่อย ๆ จูงใจให้อเล็กซานเดรียไปขโมยมอร์ฟีนจากห้องเก็บยามาให้เขา (เพื่อที่จะได้กินยาฆ่าตัวตาย) แลกกับการเล่านิทานตอนต่อไป และเมื่อยิ่งเล่า รอยก็ยิ่งหมดหวังในชีวิต ดังนั้นเรื่องราวที่เขาเล่าจึงเป็นไปตามอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง และยิ่งเมื่ออเล็กซานเดรียตกจากบันไดหัวแตกจากการที่ปีนไปเอายาให้เขา ชายหนุ่มก็ยิ่งรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป

ฉากที่รอยมาเยี่ยมอเล็กซานเดรียหลังจากเธอเกิดอุบัติเหตุนั้น ทำให้คนดูเห็นชัดเจนถึงความสิ้นหวังของรอย เมื่อเด็กหญิงรบเร้าให้เล่านิทานต่อ เขาจึงบอกออกมาว่า “You should ask someone else. There’s no happy ending with me.” – แน่นอนว่าตอนจบมันไม่แฮปปี้แน่เพราะเมื่อรอยเล่าเรื่องอีก ตัวละครเอกในคราบฮีโร่ที่เขาสร้างขึ้นก็เริ่มตายไปทีละคนอย่างโหดร้าย (ไม่เว้นแม้แต่เจ้าลิงวอลเลซของดาร์วิน) จนทำให้นิทานที่อเล็กซานเดรียร่วมแต่งแต้มขึ้นมานั้นกลายเป็นนิทานที่เธอไม่อยากฟังอีกต่อไป

 

Photobucket

 

“Why are you killing everybody? Why are you making everybody die?” – นั่นคือคำถามจากปากเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ไร้เดียงสาที่ต้องนอนฟังเรื่องราวอันโหดร้ายจากชายหนุ่มผู้ไร้ความหวังในชีวิต รอยไม่อยากมีชีวิตอยู่แม้แต่ในนิทาน เขากำลังฆ่าความหวังของเด็กผู้หญิงอายุเพียงไม่กี่ขวบด้วยตัวของเขาเอง

ชอบฉากนั้นมาก ตอนที่อเล็กซานเดรียขอร้องไม่ให้รอยฆ่าตัวละครจอมโจรหน้ากาก ซึ่งเปรียบเสมือนฮีโร่ของเธอ เป็นซีนอารมณ์ที่ค่อนข้างกดดัน และจขบ.ก็ชอบบทสนทนาตอนนี้ด้วยที่เด็กหญิงบอกกับรอยว่า “I don’t want you to die, Roy. Don’t kill him. Let him live. Let him live. Don’t kill him.” – ประโยคง่าย ๆ ที่อเล็กซานเดรียพูดซ้ำ ๆ แน่นอนว่าเธอไม่อยากให้จอมโจรตาย แต่เหนือสิ่งอื่นใด ตัวรอยเองก็ต้องไม่ตายด้วย เพราะเธอเชื่อในตัวเขา

 

Photobucket

 

ตอนจบเป็นไปอย่างอิ่มใจค่ะสำหรับเรื่องนี้ บทอาจจะเดาได้และอ่อนไปสักนิด แต่เรื่องฉาก การกำกับศิลป์ องค์ประกอบโปรดักชั่นต่าง ๆ อยู่ในขั้นเหนือเทพมาก ๆ ก็เฮียทาร์เซมแกไปถ่ายทำถึง 18 ประเทศ วิวสวย สถาปัตยกรรมงดงาม ยิ่งใหญ่มาก ๆ ดูหนังเหมือนดูภาพเขียนงานศิลปะ แบบนี้เขาเรียกว่า อลังการงานสร้าง จขบ.ชอบภาพของทุกฉากเลยค่ะ

ด้านการแสดง ถือว่าเยี่ยมมากสำหรับตัวเอกทั้งสอง คือ Lee Pace และ Catinca Untaru สำหรับฝ่ายชายนั้นซีนอารมณ์ เขาแสดงออกมาได้ดี จขบ.รู้สึกถึงความซึมเศร้าของเขาได้จริง ๆ แต่ที่ต้องปรบมือให้ดัง ๆ สักร้อยทีคือน้องคาทินก้า เก่งเทพไปไหมสำหรับเด็กอายุแค่ 6 ขวบในตอนนั้น น้องเขาแสดงให้เรามีอารมณ์ร่วมไปด้วยเลย ทั้งน่ารักน่าหยิก พอบทจะน่าสงสาร ไอ้เราก็น้ำตาซึม ชอบจังค่ะ เธอแสดงเหมือนไม่ได้แสดง ธรรมชาติมาก ๆ ชอบสำเนียงน้องเขาด้วย (น้องเป็นคนโรมาเนีย) และด้วยความที่บทในหนังมันมีให้น้องฟังที่คุณพระเอกพูดไม่รู้เรื่องบ่อย ๆ มันยิ่งน่ารัก จขบ.ยังยิ้มตามไปเรื่อยเลย

 

Photobucket

 

จขบ.ว่าแก่นของเรื่องมันคือการ Resurrection ค่ะ เป็นการฟื้นคืนความหวังให้กับชีวิตของผู้ชายคนหนึ่งที่คิดว่าตัวเองไม่เหลืออะไรเลย อเล็กซานเดรียเป็นตัวแทนของความหวังนั้น ตัวหนังวางสัญลักษณ์ไว้ในตอนที่อเล็กซานเดรียเอา Eucharist มาให้รอยกินด้วยความไม่รู้ (ขนมเหมือนบิสกิตกลม ๆ ใช้ในพิธีรับศีลมหาสนิทของชาวคริสต์) รอยจึงถามเธอว่า "Are you trying to save my soul?" (เป็นความเชื่อของชาวคริสต์น่ะค่ะ ขนม Eucharist ถือเป็นอาหารศักดิ์สิทธิ์) ส่วนนี้ค่อนข้างชัดเจนนะ แม้มันจะเป็นการกระทำโดยเกิดจากความไม่รู้ของอเล็กซานเดรียก็ตาม ดังนั้นถึงแม้รอยจะคิดว่าไม่มีใครต้องการเขา แต่อย่างน้อยเด็กหญิงอเล็กซานเดรียก็ยังต้องการให้เขามีชีวิตอยู่... “ไม่ใช่แค่ในนิทาน แต่ในความเป็นจริงด้วย”

 

---------------------------------------------

XOXO

 

Comment

Comment:

Tweet

ชอบมาก

#3 By pai (118.174.64.134|118.174.64.134) on 2014-09-09 14:37

ยินดีต้อนรับกลับมานะคะ คิดถึงจัง

เรื่องนี้เราดูแล้วก็ชอบมากเหมือนกันค่ะ สวยงามภาพอลังมาก เรียกได้ว่าดูแค่ภาพก็เพลินแล้ว

แต่ชอบเนื้อหาด้วย น้องเด็กเล่นเก่งมากด้วย ดูแล้วเอาใจช่วยตลอด

#2 By gallantfoal on 2010-09-22 13:46

อู้วววว ชั้นได้ดูแล้วนะ
ประทับใจเรื่องภาพกับเนื้อเรื่องเหมือนกัน
อลังสุดๆเลย แอบเสียดายที่ไม่ได้ดูในโรง

ปล.ชอบเวลาเธอเขียนรีวิวหนังจริงๆ

#1 By untiltled on 2010-09-20 19:25