JUNEBUG* View my profile

* ก่อนสิ่งอื่นใด กรุณาทุกท่าน F5 หรือ refresh page กันด้วยนะคะ *
 ได้ธีมใหม่มาจากคุณ tikyon ให้เครดิตมา ณ ที่นี้ค่ะ :)
 
 
พอดีว่าสองวันก่อน ในขณะที่จขบ.กำลังเพลิดเพลินไปกับการดูคลิปสัมภาษณ์อันแสนสดใส ของนักแสดงสาวชาวอังกฤษนามว่า Sienna Miller จาก YouTube สายตาอันใกล้สั้นก็เหลือบไปเห็นคลิปที่เกี่ยวข้องกันทางด้านขวามือ จขบ.จะไม่จิ้มเม้าส์ลงไปเลยหากในไตเติ้ลคลิปวิดีโอนั้นไม่ได้มีชื่อของ James Franco (หนึ่งในหนุ่มโปรดของจขบ.) ปรากฏอยู่ด้วย พร้อมกับชื่อหนังซึ่งเรียกขานกันว่า "Camille"
 
Photobucket
 
แม้ว่าโปสเตอร์หนังจะแลดูบ้าน ๆ ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจมาก แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่หนังบ้าน ๆ อย่างที่หน้าหนังโปรโมทหรอกค่ะ เรื่องนี่เขาว่ากันว่าเป็น rom com หรือโรแมนติกคอเมดี้ แต่จขบ.คิดว่าความเป็นคอเมดี้มันมีอยู่แค่ 30% ของหนัง ส่วนอีก 70% มันคือส่วนที่ทำให้จขบ.ซึ้งไปกับหนังเรื่องนี้ 
 
Camille หรือ "คามิลล์" คือชื่อของนางเอกสาวสวยสดใส รับบทโดยเซียนน่า มิลเลอร์ ผู้หลงรักหัวขโมยหนุ่ม(หล่อ) นามว่า "ไซลาส" รับบทโดยเจมส์ ฟรังโก้ (ชื่อเท่ ๆ ทำให้ความหล่อยิ่งโดดเด่น ฮ่า ๆ) ซึ่งกำลังถูกทัณฑ์บนไว้โดยมีคุณลุงของคามิลล์เป็นเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลคดีของเขา หนุ่มหล่อแบดบอยกับสาวสวยแสนดีกำลังจะแต่งงานกัน แต่แน่นอนว่าการแต่งงานคราวนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่ ๆ เพราะฝ่ายเจ้าสาวนั้นอยากจะไปฮันนีมูนที่น้ำตก Niagara ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ชายแดนระหว่างสหรัฐและแคนาดา ยอดชายนายไซลาสเลยได้โอกาส วางแผนจะหนีความผิดข้ามประเทศกันเลยทีเดียว
 
แน่นอนว่าในกรณีปกติของบุคคลที่ถูกทัณฑ์บนนั้นไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศ แต่ด้วยความที่คุณลุงของสาวคามิลล์เห็นว่าหลานสาวอยากไปน้ำตกนั่นใจจะขาด จึงตกลงไว้ว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับเจ้าหน้าที่รัฐ งานนี้เลยเข้าทางไซลาสเลยเชียว ก็แค่แต่งงานแล้วก็ใช้เจ้าสาวของเขาเป็นตัวช่วยในการหลบหนี
 
 * เรื่องนี้ขอแนะนำจริง ๆ ค่ะสำหรับคอหนังโรแมนติกซึ้ง ๆ แต่ก่อนที่คุณจะหาหนังเรื่องนี้มาดู จขบ.ขอเตือนด้วยความหวังดีเลยนะคะว่ากรุณาลบความสามารถในการพิจารณาหาความสมเหตุสมผลในสมองของคุณออกให้หมด เพราะหนังเรื่องนี้มันเหนือคำอธิบายใด ๆ ทั้งสิ้น ขอให้คุณนั่งสบาย ๆ และเปิดใจให้กว้างเข้าไว้ แล้วคุณจะมีความสุขไปกับหนังเรื่องนี้ค่ะ *
 
คลิปข้างล่างนี้เป็น fanvid ที่แฟนหนังเรื่องนี้ทำไว้นะคะ มีการเปิดเผยฉากในหนังหลายฉาก ดังนั้นท่านผู้ใดที่ไม่ประสงค์จะโดนสปอยล์กรุณาข้ามไปจนจบบล๊อกได้นะคะ แต่ใครยังอยากอ่านทัศนคติของจขบ.ที่มีต่อหนังเรื่อง Camille กรุณาอ่านจนจบเถอะค่ะ (แนะนำจริง ๆ ว่าอยากให้อ่านจนจบ) แล้วคุณจะได้รับรู้มุมมองที่ต่างออกไปค่ะ
 
 
 
ต่อไปนี้จะมีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของหนังนะคะ
 
 
หลังพิธีแต่งงาน คู่บ่าวสาวก็ออกเดินทางพร้อมยานพาหนะคู่ใจ คือเจ้ารถพ่วงข้าง ซึ่งคุณลุงของคามิลล์หามาให้ (ที่ท้ายรถเขียนว่า Just Married ด้วยนะเออ น่ารักเป็นที่สุด) ออกจะเป็นการเดินทางที่แสนเก๋ไก๋สไลเดอร์เชียวล่ะ คามิลล์เธอก็ดี๊ด๊าตามประสาสาวร่าเริง แต่ไซลาสนี่สิ แสนจะเบื่อ ๆ ๆ เต็มทนกับความช่างจำนรรจาของเจ้าหล่อน ทั้งรำคาญ ทั้งอารมณ์เสีย แต่ให้ทำไงได้ล่ะ เจ้าสาวคนนี้คือตัวช่วยที่สำคัญที่สุดในแผนการหนีครั้งนี้เลย
 
Photobucket
  
 มีฉากหนึ่งที่พระเอกของเราระเบิดความรำคาญใส่นางเอกในร้านอาหาร ซึ่งในฉากนั้น ไดอะล็อก สีหน้าและท่าทางของตัวละครทั้งสองตัว มันสมควรจะทำให้ฉากนี้มันออกอารมณ์คอเมดี้ แต่พอมองไปเห็นหน้าอึ้ง ๆ น้ำตาคลอของเซันน่า มิลเลอร์เท่านั้นแหละค่ะคุณ จขบ.ก็น้ำตาคลอตาม สงสารก็สงสาร ส่วนพ่อเจมส์ ฟรังโก้เธอก็ทุบโต๊ะ หนีไปเลย ซึ่งจากคอมเม้นต์ในยูทูบก็มีแต่คนขำฉากนี้นะ แต่ตัวเรามันดันไม่ขำแฮะ ประมาณว่าเข้าใจฟีลนางเอกตอนนั้นเลยค่ะ
 
  มีอีกตัวละครหนึ่งที่สำคัญกับหนังเรื่องนี้มาก ๆ นั่นก็คือลุงบ๊อบ คาวบอยเลี้ยงม้าสำหรับโชว์ รับบทโดยเดวิด คาร์ราดีน (David Carradine คนที่เสียชีวิตแบบออโต้อีโรติกที่เมืองไทยนี่ไง) ลุงบ๊อบนี่แกเป็นตัวช่วยคู่พระ-นางที่สำคัญมาก ๆ แถมมีส่วนที่ทำให้คู่บ่าวสาวรู้ใจตัวเองด้วย เจอกันกับคามิล์และไซลาสที่ร้านอาหารนั่นแหละค่ะ คุณเดวิดเล่นเรื่องนี้ตรึงใจมาก ๆ ยังไงก็ RIP นะคะ
 
เอาล่ะ ในระหว่างที่เดินทางต่อ เรื่องราวไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถพ่วงข้างของคู่บ่าวสาวเสียหลักชนต้นไม้ข้างทาง (อย่างกะหนังไทย) ไซลาสพุ่งไปทาง คามิลล์พุ่งไปทาง คนที่ได้สติก่อนคือไซลาส เห็นร่างเจ้าสาวตัวเองนอนตาเหลือกไม่ได้สติอยู่ก็สุดแสนจะตกใจ รีบวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากบ้านอีกฝั่งตรงข้ามทุ่งในสภาพเลือดโชก พอไปขอความช่วยเหลือในบ้านคนอื่น เขาก็สติแตก พึมพำ ๆ ว่า "I killed her, I killed her!" เงี้ย แล้วก็คิดขึ้นมาได้ว่าโทรหาตำรวจไม่ได้ เพราะตัวเองกำลังหนีอยู่ นายไซลาสเลยวิ่งหนีกลับไปที่เดิม ไอ้คนในบ้านก็ตกใจ แจ้งตำรวจเลยสิคะ นึกว่ามีใครฆ่าคนตายจริง ๆ คราวนี้ล่ะ เรื่องวุ่น ๆ ของแท้เชียว
 
กลับมาที่คามิลล์ อยากรู้ความลับอะไรมั้ยคะ?
 
จริง ๆ แล้ว... She's dead ค่ะ
 
แต่ แต่ แต่.... อะไรบางอย่างทำให้เธอฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง หึหึหึ (คนอ่านช็อคเลย แหะๆ) ไซลาสก็งง ๆ สิคะ แต่ก็รับรู้ได้ว่าคามิลล์ดูแปลก ๆ ไป แต่ก็ยังเดินทางต่อไป โดยหารู้ไม่ว่า ตำรวจกำลังตามล่าตัวไซลาสอยู่ (เริ่มมันส์ละนะ) แต่ไม่นานนักหรอกที่ไซลาสแน่ใจว่าเจ้าสาวของตัวเองเด้ดสะมอเร่ไปแล้ว ไซลาสเองก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะกลัวขนหัวลุกอะไรนะ คามิลล์เองก็เริ่มสงสัยว่าตัวเองเป็นอะไร ทั้งตัวส่งกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ (กลิ่นศพเน่าน่ะเธอ) ส่วนผมก็ร่วงเป็นกระจุก ๆ คิดเองเออเองไปอีกว่าตัวเองป่วย เป็นโรคร้ายอะไรประมาณนั้น ไซลาสบอกว่า "You're dead" เธอก็ไม่ใคร่จะเชื่อ
 
มีฉากที่อึ้ง ๆ แต่ซึ้งมาก ๆ สำหรับจขบ. คือฉากที่พระเอกไปขโมยฟอร์มาลดีไฮด์(ฟอร์มาลีนน่ะ อึ๋ยยย) กับวิกผม แล้วก็กลับมาหานางเอกที่โรงแรม สภาพสาวคามิลล์นั่งร้องไห้เอาหมอนปิดหน้าอยู่ที่พื้น ผมเธอก็ร่วงจนหัวล้านหมดแล้ว ไซลาสเห็นตอนนั้นก็เข้าไปปลอบแบบไม่รังเกียจเลย จขบ.คิดว่าเขาคงสงสารขึ้นมาจริง ๆ นะ รู้เลยว่าจริง ๆ แล้วไซลาสก็ไม่ใช่คนจิตใจแข็งกระด้างอะไร
 
แล้วฉากต่อเนื่องที่ช็อคคนดูมาก ๆ คือฉากที่นางเอกนอนเปลือยอยู่บนเตียงให้พระเอกเอาผ้าชุบฟอร์มาลดีไฮด์เช็ดตัวให้น่ะ จริง ๆ มันเป็นซีนที่สามารถทำให้เราขนลุกได้เลยนะ มันดาร์ก แต่กลับซึ้งที่สุด เพราะเราได้เห็นอีกด้านหนึ่งของไซลาส เขาไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวจริง ๆ หรอก ถึงแม้ว่าเหตุผลที่ทำเพื่อนางเอกขนาดนี้ อาจเป็นเพราะต้องการตัวนางเอกในการหนีข้ามประเทศไป แต่วิธีการนำเสนอของหนังทำให้เราเห็นความอ่อนโยนของตัวละครที่เปิดฉากมาอย่างไม่ค่อยจะมีดีอะไรเท่าไหร่ เพราะในซีนนี้แววตาของไซลาสกลับเปลี่ยนไปมาก ๆ คืออ่อนโยนกับคามิลล์อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แล้วยังพูดกับเธอประมาณว่าถ้าการไปน้ำตกไนแอการาคือสิ่งสุดท้ายที่เขาจะทำได้ เขาสัญญาว่าจะพาเธอไปให้ได้ -- ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะรู้สึกผิดที่ตัวเองเป็นต้นเหตุทำให้นางเอกเป็นแบบนี้ หรือบางทีความรู้สึก "รัก" อาจก่อเกิดขึ้นในหัวใจของเขาแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ณ จุดนี้ จขบ.ยกให้เป็นฉากที่ประทับใจที่สุดของเรื่องค่ะ
 
ซึ้งไม่ทันไรก็ต้องหลบหนีตำรวจออกจากโรงแรมไปพร้อมกับลุงบ๊อบ ในสภาพที่สาวคามิลล์ใส่วิกผมสีแดงแปร๊ดที่ไซลาสขโมยมาให้ (ฮ่า ๆ เซียนน่าใส่แล้วน่ารักดี) และในระหว่างทางที่ไปก็ทำให้ทั้งไซลาสและคามิลล์ได้ปรับความเข้าใจกัน อีกฉากที่น่าประทับใจคือตอนที่เต้นรำกันในงานเทศกาลสตรอว์เบอร์รี่ (งานนี้จริง ๆ นะ อิอิ) เพลงก็เพราะ บรรยากาศก็โรแมนติก และนี่คือครั้งแรกที่ไซลาสโน้มตัวลงไปจูบคามิลล์ด้วยความรู้สึกจริง ๆ ที่ริมฝีปาก ฝนเอยก็ตกพรำ ๆ ลงมา ภาพสวยมากค่ะ
 
Photobucket
 
คามิลล์เธอมารู้ตัวว่าตัวเองตายไปแล้วก็ตอนไซลาสทำนิ้วเธอหักนี่แหละ แบบว่าหลุดออกมาเลย (ออกจะตลกร้ายอยู่สักหน่อย) จากนั้นก็ต้องหนีตำรวจกันอีกจนไปถึงน้ำตกไนแอการาในที่สุด และพาร์ทนี้แหละเป็นไคลแมกซ์ของเรื่องเลย ได้ซึ้งน้ำตาร่วงกันอีกแล้ว เป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่พระเอก-นางเอกได้มีเวลาแห่งความสุขด้วยกัน ก่อนที่ตำรวจจะบุกมา (T^T บ่อน้ำตาแตกจริง ๆ นะคุณขา) ตอนนี้นายไซลาสก็รู้ความรู้สึกในหัวใจตัวเองแล้วล่ะ (><)
 
ไม่ขอสปอยล์ตอนจบนะคะ เผื่อว่าใครอยากจะหามาดูจริง ๆ แต่บอกไว้ก่อนเลยว่าอาจทำให้คุณอึ้ง ๆ ไปได้อยู่นานพอสมควรเลยล่ะค่ะ :)
 
จริง ๆ แล้วสิ่งที่จขบ.คิดว่าทำให้ร่างกายของคามิลล์ฟื้นขึ้นมาอีก น่าจะเป็น "ความรัก" มันมีคำพูดของคามิลล์ที่พูดกับไซลาสว่า "Love is a powerful thing, Silas. It's the thing that keeps me going." คือจากความหมาย รู้แล้วว่าใช่แน่ ๆ ประมาณปาฏิหาริย์แห่งรักอะไรอย่างนั้น ซึ่งคิดว่าเป็นแก่นเรื่องแท้ ๆ เลยค่ะ
 
ได้อ่านคอมเม้นต์และรีวิวของหลายคนที่ดูหนังเรื่องนี้ มีทั้งชอบ ไม่ชอบ บางคนรัก บางคนเกลียด คงเป็นเพราะความ "สุด ๆ" ของหนัง คือมันออกจะเหนือจริงมาก ๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวคามิลล์ แต่คนที่เข้าใจสิ่งที่หนังจะสื่อเนี่ย จขบ.คิดว่าน่าจะต้องชอบนะคะ ลองมองว่าเป็นหนังรักหวาน ๆ สักเรื่องหนึ่ง ก็ไม่เสียหายอะไรค่ะ
 
 
Photobucket
 
สำหรับตัวนักแสดง เซียนน่าและเจมส์เล่นได้ดีมาก ๆ ค่ะ ฝ่ายเซียนน่าเนี่ยจขบ.ดูผลงานของเธอหลายเรื่อง ซึ่งส่วนมากเธอไม่ได้แสดงนำอย่างเต็มตัวแบบเรื่องนี้ ที่นำจริง ๆ อีกเรื่องน่าจะเป็น Factory Girl มั้งคะ เรื่อง Camille เนี่ย บทสาวช่างพูด ดี๊ด๊า และเชื่อมั่นในความรักอย่างนี้ เหมาะกับเธอจริง ๆ ค่ะ แม้ตัวละครจะตายไปแล้วนะ แต่รู้สึกว่ายังมีความหวังอยู่เสมอ ส่วนพี่เจมส์เก่งอยู่แล้ว พอรับบทเป็นไซลาส จขบ.เห็นพัฒนาการของตัวละครอย่างนายหัวขโมยไซลาสได้ชัดเจน จากผู้ชายแบดบอย เห็นแก่ตัว กลายมาเป็นผู้ชายอ่อนโยน ยอมทำแทบทุกอย่างเพื่อคนรัก ตอนที่ไซลาสคุยกับบ๊อบว่า "I don't believe in ghosts. I don't believe in anything. But she believes in me. I don't know why, no one's ever believed in me before."  ยกให้เป็นหนึ่งในหนังในดวงใจของจขบ.เรื่องล่าสุดเลยจ้ะ เมื่อดูจบแล้วคุณจะรักเจมส์ ฟรังโก้มากขึ้น (><)
 
หนังเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า Law of Love มีจริงค่ะ ;)
 
 
----------------------------------------------------------------------------------------
 
XOXO
 
 
 

edit @ 17 May 2010 13:02:25 by JUNEBUG*

edit @ 17 May 2010 13:03:27 by JUNEBUG*

Comment

Comment:

Tweet

นางเอกน่ารัก
น่าสนใจดีอะ น่าหามาดู (แต่เผอิญร้านเช่าหนังที่นี่เล็กกระจึ๋งนึง...)

ปล. จำได้สิๆ น้องจูน
มาตอบช้า บล็อคพี่ก็ดอง ขอโทษเน้อbig smile

#6 By pinpin on 2010-05-25 21:16

จขบ. ย่อมาจาก เจ้าของบล๊อก ค่ะ big smile

#5 By JUNEBUG* on 2010-05-20 11:28

จขบ.ย่อมาจากอะไรนะครับ...
เราเคยดูแล้วเหมือนกัน... big smile


ปล. blogเก๋ มากเลยครับ...

#3 By DDT on 2010-05-18 11:09

แอร๊ย เซียน่าเลยกลายเป็นเจ้าสาวศพสวยเลย ดูรูปสุดท้ายแล้ว พี่เจมส์!! อ๊ากก ตาแบบนั้น ยิ้มแบบนั้น โอยย เอาใจไปเลยค่าา


เขียนได้ดีมากค่าาา หนังน่าดูมากเลย

#2 By gallantfoal on 2010-05-17 15:29

โอ้ สงสัยต้องหามาดู คาแรคเตอร์น่าเอกดูน่าสนใจดี
เธอต้องมารีวิวหนังบ่อยๆนะ ติดใจตั้งช่วยดู the fall แล้ว

ปล. ธีมใหม่สวยจ้า

#1 By untiltled on 2010-05-17 13:57