ว่าด้วยเรื่อง "สาย"
posted on 31 Jan 2008 18:41 by lafe1992
อีกแค่เดือนเดียว ชาวสาธิตรังสิตก็จะสอบกันแล้ว แอบใจแป้วว่าจะต้องจากกัน
เหล่าเซบาที่อยู่ม.3ก็ต้องนั่งหนักใจว่า "ปีหน้ากูจะเรียนสายอะไรดี" หึหึ
วันนี้มีโอกาสได้อ่านบลอกในเอ็กซ์ทีนนี่แหละที่ไอ้กิ๊กมันส่งลิ้งค์มาให้ตั้งแต่ปีมะโว้
ไอ้เราก็เพิ่งจะไปเปิดเจอเมื่อไม่กี่นาทีก่อนมานั่งอัพนี่แหละ
ในใจตอนนี้รู้แล้วว่าอยากเรียนอะไร อยากเป็นอะไร
และตั้งใจว่ายังไงกูก็ต้องเป็นให้ได้ ถ้าไม่ได้เป็นในสิ่งที่กูชอบ
"กูต้องลงแดงตายคาคอมแน่ๆ"
ด้วยความที่ยัยจูนมันมีคะแนนสอบวิทย์สูงลิบลิ่ว
ทำให้มันถูกคาดหวังไว้อย่างสูงเช่นกัน การเป็นตัวแทนโรงเรียน
ไปแข่งวิทย์กับต่างโรงเรียนจึงถูกบล็อกตัวไว้ตั้งแต่ต้น
อยากจะบอกความจริงอย่างหน้าด้านๆเลยว่า "กูไม่ชอบวิทย์ และกูก็ไม่สนด้วย"
อีกอย่างคือวิชาเลข ที่ตัวเองไม่ถนัดเลยสักนิด ไม่ชอบสุดๆเลยก็ว่าได้
แต่ด้วยการติวเข้มขั้นลมปราณกระจายก่อนสอบ ทำให้มันได้คะแนนสูงลิบลิ่ว
ไม่ต่างอะไรกับวิชาวิทยาศาสตร์เท่าใดนัก
แต่เคยมีใครไหม ที่ถามนังจูนว่า
"แกชอบวิทย์รึเปล่า"
หรือ
"แกชอบเลขรึเปล่า"
คนรอบข้าง โดยเฉพาะเหล่าอาจารย์และเพื่อนที่ไม่สนิททั้งหลาย
จึงหวังสุดๆว่านังนี่จะเข้าสายวิทย์-คณิตไปอย่างสบายใจเฉิบ
แต่พอเธอตัดสินใจของเธอแล้วว่า "กูจะไปทางศิลป์-ภาษา"
เท่านั้นแหละท่านผู้อ่าน "มึงเนี่ยนะจะเรียนศิลป์?"
(นังจูนเลยรู้สึกว่าอยากตั๊นหน้าคนพูดขึ้นมาตะหงิดๆ)
จูนชอบเรียนภาษา ประวัติศาสตร์ สังคม พวกศิลป์ๆทั้งนั้นและเกรดออกมาก็เอ (หึหึ)
งานอดิเรก...ฝักใฝ่ดนตรี อ่านหนังสือเพ้อฝัน ดูหนังเคล้าน้ำตา
บุคลิก...บ้าบอ บ๊องบวม แอบเถื่อน แถมเพ้อเจ้อและหลุดโลก
ความฝัน...อยากเป็นผู้กำกับประมาณเฮียมะเดี่ยว (รักแห่งสยามไงคะพี่น้อง อย่ามองว่าเป็นหนังเกย์ดิ)
หรือเหล่าผู้กำกับหนังรักซึ้งๆจำพวก เพื่อนสนิท ทั้งหลายแหล่
ไม่ก็เป็นนักเขียนนิยายเพ้อฝันสักเรื่อง ให้คนอ่านอ้วกแตกกันไปข้าง
อยากเป็นเด็กนิเทศฯ ใช้ชีวิตชิลๆ สนุกกับงานและสิ่งที่รัก
ทำอะไรด้วยอารมณ์และความรู้สึก ไม่ใช่ตามความถูกผิดสำหรับคนรอบข้าง
อันไหนกูชอบ กูทำ อันไหนกูไม่ชอบ กูก็ไม่ทำ
อยากเป็นแบบนี้ ไม่ต้องไปใช้ชีวิตที่มีคนติดป้ายเลเบลเราว่าจะต้องเป็นยังไง
"แต่สายวิทย์มันแตกได้หลายสาขากว่านะเว้ย"
จริง ที่ว่าเรียนวิทย์แล้วอยากจะเลือกคณะอะไรก็ได้กว้างขวาง
แต่...ถ้าเรารู้ว่าเราชอบอะไร ทำไมเราไม่มุ่งไปทางนั้นเสียตอนนี้เลยล่ะ?
จะเรียนในสิ่งที่ไม่ชอบไปก่อนเพื่อรอให้ถึงทางแยกแล้วจึงเลือก อย่างนั้นหรือ?
นั่นไม่ใช่หลักการใช้ชีวิตของยัยจูนหรอก อยากทำก็ทำ ไม่อยากทำก็อย่าไปฝืนใจ
มันจะมีความสุขมากกว่าการทนนั่งเรียนในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบน่ะ
บางคนที่เรียนวิทย์-คณิต มีความฝันว่าอยากจะเป็นหมอบ้าง เป็นวิศวกรบ้าง
แต่รู้อะไรไหม ยัยจูนไม่เคยมีความฝันในอาชีพที่ต้องเรียนทางสายวิทย์เลย
ตั้งแต่มันเกิดมา มันเคยฝันอยากเป็นนักร้อง นักดนตรี นักเขียน จนตอนนี้ก็ผู้กำกับ
ไม่เคยมีความคิดเข้ามาในหัวเลยสักนิดว่า "กูอยากเป็นหมอ"
แค่นี้ก็ชี้ชัดเลยว่า "กูอยากเป็นในสิ่งที่กูชอบ ใครไม่ชอบก็อย่ายุ่ง"
โชคดีโคตรของโคตรที่เกิดมาเป็นลูกสาวของผู้หญิงติสท์
"ติสท์" ในที่นี้หมายถึงการเลือกใช้ชีวิตตามที่ตัวเองต้องการนะ
ชีวิตนังจูนตอนนี้เหมือนแม่ตอนเด็กไม่มีผิด แม่เคยเล่าให้ฟังว่า
เกรดตอนเรียนมัธยมน่ะสี่มาตลอดแทบทุกวิชา แต่แม่เกลียดเลขมาก
ซึ่งเหมือนเป็นการถ่ายทอดพันธุกรรมมาให้ลูก ลูกคนนี้มันจึงเกลียดเลขเช่นกัน
แม่รู้มาตลอดว่าอยากเขียนหนังสือ แม่จึงเลือกที่จะเรียนสายศิลป์อย่างอิสระ
และแม่ก็โชคดีที่ตากับยายไม่เคยว่าอะไรอยู่แล้ว แม้จะเป็นลูกสาวคนโตของบ้าน
ซึ่งถูกคาดหวังสูงพอๆกับเหล่าลูกๆที่เหลือ
พอเรียนจบอักษรฯมาก็ได้ทำงานที่รัก ไม่เห็นจะตกงานอย่างที่ใครๆว่า
ตรงกันข้าม กลับประสบความสำเร็จในระดับที่แม่พอใจ และมีความสุข
แม่บอกตลอดว่า อยากเป็นอะไรก็เป็น
ชีวิตเรา เรากำหนด ไม่มีใครมาทำให้เราได้
คนอื่นที่พูดอย่างนั้นอย่างนี้ใส่เรา
เพราะเขาไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเรา
ใครจะไปรู้ดีกว่าใจของเราเองล่ะ?
เพราะฉะนั้นจงเชื่อใจตัวเอง
"ก้าวตามความฝันของเราให้เจอ"
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้อ่านเอนทรี่นี้จงค้นหาตัวเองว่า
ความจริงแล้วเราชอบอะไร ต้องการอะไรในชีวิต
ถ้าเจอตัวตนที่แท้จริงแล้วก็อย่าปล่อยให้ใครมาจูงเราไปได้ง่ายๆ
จงเชื่อมั่นๆ ขอบอกไว้อีกอย่างคือ การได้ทำงานที่เรารัก ไม่ได้มีปัจจัยอยู่ที่ "เงิน"
เพราะยังมีอีกหลายๆคนที่เลือกงานเพราะ "เงินดี"
มันขึ้นอยู่กับว่าเรามีความสุขกับงานตรงนั้นหรือไม่
บางคนที่โดนพ่อแม่บังคับให้เรียนก็อย่าเพิ่งน้อยใจแต่อย่างใด
ถ้าเรามั่นใจว่าเราชอบอะไรก็ลองคุยกับท่านดู
เชื่อว่าพ่อแม่หลายๆคนคงเข้าใจ และไม่มีวันบีบบังคับให้ลูกทำ
ในสิ่งที่ลูกของตัวเองไม่ต้องการจะทำหรอก
แค่เชื่อมั่นเท่านั้นก็พอแล้ว....
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

------------------------------------
อนาคตมีเพียงเราคนเดียว
บางทีคิดว่ามีคนอื่นนั่นก็คือตัวเราคิดไปเอง
บางครั้งคิดว่าคนอื่นเข้าใจ...
ทั้งหมดนั่นคือความฝัน
เป็นสิ่งที่เราเสแสร้งเพื่อที่จะได้มีความสุข
แต่แท้จริงแล้ว เนื้อแท้ของความสุขนั้น
เกิดจากตัวเราเอง
เกิดจากสิ่งที่เราเลือกเดินแล้วเริ่มก้าว
จากเลข0 ไปจนถึง ความฝันที่ไม่จบสิ้น
#1 By ギグ♥♥atanberry on 2008-01-31 20:14